แต่งห้องแบบไม่ตกเทรนด์ด้วยสี Classic Blue

แต่งห้องแบบไม่ตกเทรนด์ด้วยสี Classic Blue
แชร์บน facebook
Facebook
แชร์บน twitter
Twitter
แชร์บน google
Google+
แชร์บน pinterest
Pinterest
แชร์บน email
Email
ถึงจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางปีกันแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในปี 2020 ซึ่งเทรนด์สีประจำปีนี้ก็คือ Classic Blue สีน้ำเงินเข้มที่มีความโดดเด่น มีผลต่อวงการและหน่วยงานต่างๆ เช่น ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมหลายๆสาขา มีทั้งบันเทิง ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ รวมถึงการออกแบบและการตกแต่งบ้านเช่นกัน

Leatrice Eiseman ผู้ดำรงตำแหน่ง Executive Director ใน Pantone กล่าวว่า “ในยุคที่เราไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้อีก สีน้ำเงินจึงเป็นสีที่เหมาะสำหรับทศวรรษใหม่ สีน้ำเงินเป็นสีที่หมายถึงความเงียบสงบ และน่าเชื่อถือ ให้ความรู้สึกที่สามารถพึ่งพาได้ ทำให้เรารู้สึกมั่นใจและกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า”

Eiseman ยังบอกอีกว่า “ เธอคิดว่าสีน้ำเงิน Classic Blue นี้ เป็นสีที่สามารถใส่ลงไปบนสินค้าหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าแฟชั่น จนถึงสินค้าตกแต่งบ้าน เป็นสีที่เหมาะกับทุกเพศ และทุกฤดูกาล ซึ่งนั่นทำให้สี Classic Blue จะเป็นสีสำหรับยุคสมัยใหม่”

ดังนั้น “สีน้ำเงินเข้มหรือ Classic Blue” นั้น เป็นตัวแทนของความสงบ ความเชื่อมั่น ความมั่นคง แถมยังมีความลึกลับอยู่ในตัวเองอีกด้วย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้มอง การนำสี Classic Blue มาใช้เป็นวอลเปเปอร์ตกแต่งห้องสไตล์ต่างๆ หรือนำเป็นสีเฟอร์นิเจอร์ ผสมผสานกับการใช้หินอ่อนหรือไม้ก็ลงตัวได้ดี ได้ทั้งความร่วมสมัยและความสวยงาม ทำให้บรรยากาศภายในบ้านของคุณมีความหรูหรา สง่างาม อบอุ่น ผ่อนคลาย สบายตามากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

วอลเปเปอร์แต่งบ้าน สไตล์คนรักษ์โลก

วอลเปเปอร์แต่งบ้าน สไตล์คนรักษ์โลก
แชร์บน facebook
Facebook
แชร์บน twitter
Twitter
แชร์บน google
Google+
แชร์บน pinterest
Pinterest
แชร์บน email
Email
วันนี้เราจะมาแนะนำไอเดียการแต่งผนังบ้านด้วยสไตล์ #คนรักษ์โลกกัน ซึ่งเป็นแต่งผนังได้ง่ายๆ แถมเหมาะกับคนที่ชอบความคลุมโทน ประกอบด้วย 3 สีหลัก คือ ขาว,เขียว,น้ำตาล จะทำให้บรรยากาศห้องของคุณ มีความอบอุ่น รู้สึกสบายตา ห้องสว่างและดูกว้าง สามารถปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น ความกระปรี้กระเปร่าให้ห้องต่างๆของคุณ

ห้องรับประทานอาหาร

ห้องทานอาหารภายในบ้านของคุณอาจจะดูจืดชืดไปสักนิด งั้นเรามาเติมความสดชื่นด้วยวอลเปเปอร์ที่ทำให้คุณเหมือนได้นั่งทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติกันดีกว่า เติมความโดดเด่น ความสว่างสดใส เพิ่มลูกเล่นให้ห้องอาหารของคุณมีสีสัยมากยิ่งขึ้น ทั้งลวดลายที่สวยงาม และผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร จะทำให้ห้องอาหารของคุณสดชื่นขึ้นทันตาเห็น จะใช้โทนสีเขียวหรือขาว เพื่อช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติให้ห้องนั้นสว่างขึ้น เพิ่มต้นไม้เข้าไปสักหน่อย แบบนี้ละสดชื่นนนน

ห้องนอน

วอลเปเปอร์ห้องนอนสไตล์คนรักษ์โลกนั้น อย่าเพิ่งคิดว่ามีแต่สีเขียวสีเดียวเท่านั้นนะ ยังมีสีอื่นๆที่ก็ทำให้ห้องของคุณนั้นสดชื่น แถมช่วยให้ห้องนอนของคุณเป็นเซฟโซนยาม หลับฝันได้ดีทีเดียวละ ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ครีม เทา น้ำตาล หรือแม้กระทั่งสีดำ ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายใบไม้ ดอกไม้ ใบมะพร้าวต่างๆก็เกร๋ไปอีกแบบนะคุณ เอาต้นไม้ต้นเล็กๆน่ารักๆมาตั้งไว้ในห้องสักต้น สองต้นเพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่นเท่านี้ก็หลับฝันได้สบายๆแล้วละ แถมยังได้มุมแชะภาพสวยๆถ่ายลงโซเชียลได้อีกด้วยนะ?

ห้องรับแขก

ห้องรับแขก คือห้องที่เรียกว่า “โซนสาธารณะ” ก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือแขกก็ตามต่างต้องมาที่ห้องนี้ แถมยังเป็นโซนที่ทุกคนล้วนถ่ายรูปเช็คอินเมื่อมาเยี่ยมที่บ้านของคุณ อาจจะตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆน้อยๆ ให้พอมีบรรยากาศสีเขียวกรุบๆจะเป็นต้นไม้จริงก็ดี ต้นไม้ปลอมก็ได้ จะช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนว่าเราอยู่ท่ามกลางสวน กันจริงๆหรือจะทดแทนการปลูกต้นไม้ด้วยการติดวอลเปเปอร์สีเขียว ก็ดูสวยลงตัว หรืออาจจะตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีอ่อน ทำมุมเล็กๆไว้นั่งเล่น อ่านหนังสือหรือจะเอาไว้ดู Netflix ก็เยี่ยมสุดๆไปเลย ?

ห้องเล็ก แคบไม่ใช่ปัญหาวอลเปเปอร์ช่วยได้

ห้องคุณเล็ก แคบไปไหม มืดไปหรือเปล่า ปัญหาพวกนี้แก้ได้ด้วยการติดวอลเปเปอร์ ช่วยให้ห้องที่ดูเก่า ไม่มีสีสัน หม่นหมองกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม  ด้วยลวดลาย เทคเจอร์ของวอลเปเปอร์ที่จะทำให้ห้องของคุณสว่างสดใส สีสันสดใส โล่งโปร่งสบาย เพิ่มเสน่ห์ความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติและแสงไฟในยามค่ำคืนให้ห้องคุณสว่างและกว้างมากยิ่งขึ้น

 

1.ทำให้พื้นที่ดูกว้างด้วยวอลเปเปอร์สีโทนอ่อน


 

สีโทนอ่อน จะช่วยให้รู้สึกได้ถึงความโปร่ง เบาสบาย สดชื่น สบายตา โดยเฉพาะโทนเย็นแบบพาสเทล จะเป็นสีสะท้อนแสงสว่างได้ดี ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นกว่าสีโทนเข้มที่จะทำให้ห้องมืดทึบ ดูแคบและอึดอัด

 

ความแตกต่างระหว่างวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์กับวอลเปเปอร์ติดผนัง(แบบทากาว)

ความแตกต่างระหว่างวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์กับวอลเปเปอร์ติดผนัง(แบบทากาว)
แชร์บน facebook
Facebook
แชร์บน twitter
Twitter
แชร์บน google
Google+
แชร์บน pinterest
Pinterest
แชร์บน email
Email
ความแตกต่างระหว่าง "วอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์" กับ วอลเปเปอร์ติดผนังชนิดทากาวคุณจะเลือกวอลเปเปอร์ ชนิดไหนละหลายคนก็จะเกิดความสงสัยที่ว่า..? ระหว่าง สติ๊กเกอร์ กับ ทากาว มันต่างกันยังไงละ? วันนี้เรามีคำตอบ

แตกต่างที่การติดตั้ง

แตกต่างและเห็นได้ชัดเลยก็คือการติดตั้งของทั้งสองอย่างวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์คือสามารถลอกออกมาและติดตั้งได้ทันทีและประหยัดเวลา เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น บริเวณหัวเตียงหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ส่วนวอลเปเปอร์แบบทากาวก็จะต้องใช้เวลาผสมกาวเพื่อติดตั้งกับผนัง เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ผนังห้องนอนหรือห้องต่างๆภายในบ้านของคุณ

แตกต่างที่พื้นผิว

แตกต่างกันตรงที่วอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์จะเป็นการพิมพ์ที่เรียบ พื้นผิวมีความมันวาว แผ่นจะบาง จะขาดได้ง่ายเวลาติดตั้งผนังต้องเรียบเนียน สม่ำเสมอ ถ้าหากมีความขรุขระหรือมีร่อง รอยตะปูก็จะเห็นได้ชัดเมื่อติดตั้งไปแล้วแต่วอลเปเปอร์แบบทากาว เป็นการพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษ จึงมีเทคเจอร์ ความนูน ความโค้งทำให้ลวดลายโดดเด่นขึ้น ดูมีมิติมากขึ้น หนากว่าวอลสติ๊กเกอร์ จึงสามารถปกปิดรอยแตกร้าว ร่องรอยคราบต่งๆได้อย่างมิดชิด

แตกต่างที่ความแข็งเรงทนทาน

ถ้าหากเทียบด้วยความแข็งแรง ทนทาน วอลเปเปอร์แบบทากาวจะมีความทนทานมากกว่าวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์ เพราะจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5 - 10 ปี ส่วนของวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับผนังที่ติดและความชื้นที่มี เพราะมีผลต่ออายุการใช้งาน

แตกต่างที่การลอก - เปลี่ยนวอลเปเปอร์

การลอก - เปลี่ยนลายนั้นวอลเปเปอร์ การลอกวอลเปเปอร์ทากาวจะลอกได้ง่ายและเสียหายน้อยกว่าวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์ เนื่องจากวอลเปเปอร์ทากาวมีกระดาษแผ่นหลัง ที่สามารถช่วยป้องกันการหลุดลอกของผนังบ้านได้ เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดเพื่อให้แผ่นหลังหลุดออกแค่เท่านั้น แต่การลอกวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์ ถ้าหากติดเป็นเวลานานก็จะมีคราบกาวติดผนังเหนียวเหนอะหนะ จะทำให้ผนังบ้านของคุณหลุดลอก เสียหายได้ง่าย แถมทำความสะอาดยากอีกต่างหาก

ติดเองได้ง่ายๆแค่ 3 ต.

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+
Share on pinterest
Pinterest
Share on email
Email

2
3
4

Previous
Next

ในที่สุดก็ได้เจอคอลเลคชั่นที่โดนใจแล้วคอลเลคชั่น INTRO ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ? ที่จะมาช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้ดูดีขึ้น เลือกลาย No.25111-5เป็นแนวร่วมสมัยที่ทำให้บ้านของคุณนั้นทันสมัยขึ้นมาทันที เลือกชมคอลเลคชั่น INTRO ทั้งหมด
https://shop.mdwallpaper.com/product-category/plain-texture/intro/

เลือกซื้อวอลล์จากเว็ปไซต์ของ MD Wall

เรามาเริ่มที่ต. แรกกันเลยดีกว่า ต.”เตรียม” 

อุปกรณ์สำหรับการติดวอลล์เปเปอร์แบบมืออาชีพกันมีอุปกรณ์ทั้งหมด 12 ชิ้นด้วยกัน ? ได้แก่
1.ถังหรือภาชนะสำหรับผสมกาว
2.คัตเตอร์
3.ฟองน้ำ
4.กาวลาเท็กซ์
5.ลูกกลิ้งทาสี
6.ลูกกลิ้งรอยต่อ
7.กาวผงสำหรับติดวอลลเปเปอร์ Super MD
8.แผ่นไล่ลม
9.ตลับเมตร
10.แปรงทาสี
11.ไม้บรรทัด
12.ผ้าปูรองพื้น

"เตรียมพื้นผิว"

“เตรียมพื้นผิว”

เตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้ว จากนั้นก็ต้อง
“เตรียมพื้นผิว” ให้พร้อมก่อนที่จะนำวอลล์เปเปอร์มาติดบนผนัง โดยที่เกลี่ยพื้นผิวต่างๆให้เรียบ
❗ถ้ามีวอลล์เปเปอร์แผ่นเก่าติดอยู่ก็ลอกออกให้หมด อย่าให้เหลือคราบ มีรอยตะปูหรือหลุมตรงไหนก็อุดให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะติดออกมาไม่สวยเอานะ
การลอกวอลล์เปเปอร์อันเก่าออก

การลอกวอลล์เปเปอร์อันเก่าออก

✨เคล็ด(ไม่)ลับ✨
เพื่อง่ายต่อการลอกวอลล์เปเปอร์อันเก่าออก
ขอแนะนำว่า “ให้ใช้คัตเตอร์กรีด”? บริเวณขอบของวอลล์เปเปอร์ออกและใช้คัตเตอร์เหมือนเดิม แงะวอลล์เปเปอร์ออกมาจากนั้นก็ลอกออกมาได้เลยจ้า
บริเวณขอบ

บริเวณขอบ

บริเวณขอบด้านข้างใช้ไม้บรรทัด ช่วยแงะออกมาก็ได้นะคะ
เมื่อเราเคลียร์ผนังเสร็จแล้ว

เมื่อเราเคลียร์ผนังเสร็จแล้ว

เมื่อเราเคลียร์ผนังให้สวยเรียบเนียน
✨เสร็จแล้วก็เริ่มวัดขนาดความกว้าง ความสูงของผนังได้เลยค่า เพื่อที่จะได้รู้ขนาดและจำนวนวอลล์เปเปอร์ที่เราต้องใช้ ว่าเราต้องใช้กี่แผ่น ต้องตัดวอลสูงเท่าไหร่ถึงจะได้ติดออกมาได้อย่างเรียบเนียน ?
"ความกว้าง"

“ความกว้าง”

“ความกว้าง” ของผนังของเราวัด ?
240 เซนติเมตรหรือจะคิดเป็นเมตรก็คือ 2.4 เมตร
วัดความกว้างเสร็จแล้วก็ไปวัดความสูงกันนนนน
"ความสูง"

“ความสูง”

“ความสูง” ของผนังนั้นเราก็วัด
280 เซนติเมตรหรือ 2.8 เมตร
วัดขนาดกันเสร็จ ไปขั้นตอนต่อไปได้เลย
นั้นก็คือขั้นตอน “การผสมกาว”
เพื่อใช้ในการทาด้านหลังแผ่นวอลล์เปเปอร์นั้นเอง

เข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้วอลล์เปเปอร์ของคุณติดแน่นทนนาน สวยคู่บ้านคุณไปนานแสนนาน
นั้นก็คือขั้นตอนการ “ผสมกาว”

เริ่มแรก

– แบ่งกาวออกเป็น 9 ส่วน

-เตรียมน้ำจำนวน 1.5 ลิตร

❗ข้อแนะนำ❗ จำนวนของน้ำอาจจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนกาวที่เทลงไป ถ้าหากใช้จำนวนกาวเยอะแนะนำว่าให้เตรียมน้ำไว้เยอะๆเลยนะคะ ไม่งั้นกาวจะไม่เซ็ตตัวเวลาผสมนะ

เริ่มแรก

เราเทน้ำลงในภาชนะที่เตรียมไว้จากนั้นก็เทกาวผงลงไป 2 ส่วน พร้อมกับคนให้กาวกับน้ำผสมกันไปเรื่อยๆ จนกาวไม่จับกันเป็นก้อน จากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้กาวเซ็ตตัว

ปริมาณที่เราผสมระหว่างน้ำและกาวลงในภาชนะผสมกาว

คนวนไปจ้า คนจนกว่ากาวและน้ำเข้ากัน ไม่งั้นติดวอลไม่สวยนะ จากนั้นก็พักไว้ประมาณ 20- 30 นาทีเพื่อให้กาวเซ็ตตัวค่ะ

ลำดับที่ 1 เทกาวผง Super MD
ลำดับที่ 1 เทกาวผง Super MD
ลำดับที่ 2 วัดระดับน้ำและกาว
ลำดับที่ 2 วัดระดับน้ำและกาว
ลำดับที่ 3 คนให้เข้ากัน
ลำดับที่ 3 คนให้เข้ากัน
ลำดับที่ 4  เทกาวลาเท็กซ์ลงในภาชนะ
ลำดับที่ 4 เทกาวลาเท็กซ์ลงในภาชนะ
ลำดับที่ 5 เทน้ำนิดหน่อย
ลำดับที่ 5 เทน้ำนิดหน่อย
ลำดับที่ 6 คนให้เข้ากัน
ลำดับที่ 6 คนให้เข้ากัน

ระหว่างรอกาวเซ็ตตัวเราก็มาวัดวอลกันได้เลยจ้า

จากตอนแรกเราวัดความสูงของผนังที่ 240เซนติเมตร เราก็ต้องมาวัดเพิ่มขนาดเข้าไปอีก 10 เซนเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการต่อลาย นั้นก็คือเราจะต้องวัดให้ได้ “250 เซนติเมตร” นั้นเอง

❗ข้อแนะนำ❗
การเพิ่มขนาดของลายแต่ละลายจะไม่เหมือนกันแนะนำให้ดูที่กระดาษด้านหลังวลล์เปเปอร์ว่าควรตัดเผื่อที่ขนาดเท่าไหร่นะคะ วัดเสร็จแล้วจากนั้นก็พับแล้วก็ตัดได้เลยจ้า?ระวังมือด้วยนะคะ ก่อนที่จะตัดแผ่นต่อไปก็นำมาเทียบลายกันก่อนเดี๋ยวจะติดวอลไม่สวย เรียบเนียนกันนะ อย่างเช่นลายนี้จะมีระยะรอยต่อเชื่อมลายที่ระยะห่างกัน 10 เซนเราก็ต้องวัดให้ห่างกันแผ่นละ 10 เซนเพื่อที่ตอนติดวอลจะได้เชื่อมลายได้ง่าย ✨

" วัดขนาดวอล "

” วัดขนาดวอล “

ความสูงของผนังที่ 240เซนติเมตร
เราก็ต้องมาวัดเพิ่มขนาดเข้าไปอีก 10 เซนเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการต่อลาย นั้นก็คือเราจะต้องวัดให้ได้
“250 เซนติเมตร” นั้นเอง?
" พับและตัด "

” พับและตัด “

วัดเสร็จแล้วจากนั้นก็พับแล้วก็ตัดได้เลยจ้า
ระวังมือด้วยนะคะ
" ก่อนที่จะตัดแผ่น "

” ก่อนที่จะตัดแผ่น “

นำมาเทียบลายกันก่อน
เดี๋ยวจะติดวอลไม่สวย เรียบเนียนกันนะ อย่างเช่นลายนี้จะมีระยะรอยต่อเชื่อมลายที่ระยะห่างกัน 10 เซนเราก็ต้องวัดให้ห่างกันแผ่นละ 10 เซนเพื่อที่ตอนติดวอลจะได้เชื่อมลายได้ง่าย ✨
" ทำสัญลักษณ์ "

” ทำสัญลักษณ์ “

บากเล็กน้อยทำสัญลักษณ์เพื่อจะได้ไม่สับสน พอให้รู้ว่าหัวหรือท้ายด้วยนะคะ
" ทากาว "

” ทากาว “

เตรียมวอลล์เปเปอร์เสร็จแล้วก็มาลงกาวที่ด้านหลังวอลล์เปเปอร์กันได้เลยค่า ก่อนอื่นอย่าลืมกลับด้านแผ่นวอลล์เปเปอร์ก่อนนะ เอาด้านหลังหงายขึ้นมา จากนั้นก็ใช้ลูกกลิ้งจุ่มกาวแล้วทาด้านหลังวอลได้เล๊ย
" ทากาว 2 "

” ทากาว 2 “

จับมุมไว้ด้วยละเดี๋ยวแผ่นวอลจะเผยอขึ้นมาตอนทาบริเวณขอบแผ่น
" ทากาวเสร็จ "

” ทากาวเสร็จ “

ทากาวเสร็จเราก็พับวอลล์เปเปอร์เพื่อป้องกันฝุ่น และสิ่งสกปรก โดยการด้านใดด้านนึงเข้ามากึ่งกลางก่อน
" พับอีกด้าน "

” พับอีกด้าน “

แล้วก็พับอีกด้านเข้ากึ่งกลางเช่นกันค่ะ หลังจากทากาวแล้วเดรียบร้อย เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก
" พับครึ่งของทั้งสอง "

” พับครึ่งของทั้งสอง “

จากนั้นก็พับครึ่งของทั้งสองด้านเข้าหาตรงกลางอีกครั้ง

เข้าสู่ขั้นตอนการจัดการกับผนัง

แล้วก็นำทั้งสองข้างประกบกัน เพื่อที่จะได้นำขึ้นไปติดกับผนังได้อย่างง่ายดาย ทำแบบนี้ทุกแผ่นเลยนะคะจะได้ง่ายและไวต่อการนำขึั้นไปติดผนังค่ะ

MD WALLPAPERติดตั้งวอลล์เปเปอร์ด้วยตัวเอง

ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่ “ต.” ที่ 2 ✌

" ทากาวลาเท็กซ์ "

” ทากาวลาเท็กซ์ “

เราต้องทากาวลาเท็กซ์บริเวณขอบผนังก่อนที่จะนำวอลล์เปเปอร์ขึ้นมาติดผนัง เพื่อที่วอลนั้นจะได้เกาะผนังได้อย่างแน่นหนา?
" ติด "

” ติด “

ทากาวเสร็จแล้วเราก็จะเข้าสู่ ต.
ต่อไปนั้นก็คือ ต. “ติด” นั้นเอง
เราจะมาเริ่มอธิบายขั้นตอนการติดวอลล์เปเปอร์ให้สวยงามอย่างมืออาชีพให้คุณได้เข้าใจง่ายๆ มาเริ่มกันเล๊ย~~
?เริ่มกันที่ นำวอลขึ้นมาทาบบนผนัง ใช้นิ้วจับตามในรูปแล้วนำขึ้นไปติดด้านบนของผนังได้เลยค่ะ ?
" กดให้ด้านบนติดผนังติดผนัง "

” กดให้ด้านบนติดผนังติดผนัง “

จับวอลล์เปเปอร์กางออกแล้วกดให้ด้านบนติดผนังติดผนัง จากนั้นก็ปล่อยวอลล์เปเปอร์ออกจากมือได้เลยค่ะ
" คลี่วอลล์ "

” คลี่วอลล์ “

จากนั้นเราก็มาคลี่วอลล์เปเปอร์ด้านล่างออกให้เรียบร้อย แล้วค่อยๆกดให้ติดกับผนังห้องของคุณ
" รีดให้ฟองอากาศออก "

” รีดให้ฟองอากาศออก “

✨ติดทั้งด้านบนและด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ✨
จากนั้นก็ใช้ “แผ่นไล่ลม” มารีดให้ฟองอากาศออก
และยังช่วยให้วอลล์เปเปอร์ของคุณติดผนัง
ได้เรียบเนียน เหมือนมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ?
" คัตเตอร์กรีด "

” คัตเตอร์กรีด “

เกลี่ยวอลล์เปเปอร์ให้เรียบแล้ว จากนั้นเราก็มาตัดส่วนที่เราไม่ต้องการออกกันค่ะ โดยการใช้คัตเตอร์กรีดและใช้แผ่นไล่ลมหรือไม้บรรทัดเป็นที่รองกรีดออกไปเลยค่า
" กรีดด้านล่าง "

” กรีดด้านล่าง “

กรีดทั้งด้านบนและด้านล่างเลยนะคะ
" ต่อที่แผ่นที่ 2 "

” ต่อที่แผ่นที่ 2 “

แผ่นที่ 1 เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว
เรามาต่อที่แผ่นที่ 2 กันเลยดีกว่านะคะ
ขั้นตอนง่ายๆไม่ต่างจากแผ่นแรกเลยค่ะ
" ทากาวลาเท็กซ์บริเวณขอบผนัง "

” ทากาวลาเท็กซ์บริเวณขอบผนัง “

เริ่มจากทากาวลาเท็กซ์บริเวณขอบผนังทั้งด้านบนและด้านข้างเช่นเดิมค่ะ
" เก็บขอบ "

” เก็บขอบ “

จากนั้นก็เก็บขอบของแผ่นที่ 1 ที่เราจะเชื่อมกับแผ่นที่ 2 ให้เรียบร้อย✨
" นำแผ่นที่ 2 ขึ้นติดผนัง "

” นำแผ่นที่ 2 ขึ้นติดผนัง “

นำแผ่นที่ 2 ขึ้นติดผนังและเทียบลายให้ตรงกันให้เรียบร้อยนะคะ จากนั้นค่อยกดให้ขอบด้านบนติดกับผนังแล้วค่อยๆปล่อยวอลล์เปเปอร์ลงมาค่ะ
" ค่อยๆคลี่แผ่นที่ 2 "

” ค่อยๆคลี่แผ่นที่ 2 “

ค่อยๆคลี่แผ่นที่ 2 ออกให้เรียบร้อย
" ค่อยๆกดบริเวณขอบ "

” ค่อยๆกดบริเวณขอบ “

ค่อยๆกดบริเวณขอบไล่ลงมาเรื่อยๆ แล้วใช้อีกมือช่วยไล่ลายให้ต่อกันด้วยนะคะ เพื่อที่ลายทั้งสองแผ่นจะได้เชื่อมกันอย่างสวยงามค่ะ
" ไล่ฟองอากาศ "

” ไล่ฟองอากาศ “

ใช้แผ่นไล่ลมไล่ฟองอากาศออก
" กลิ้งรอยต่อ "

” กลิ้งรอยต่อ “

ใช้ลูกกลิ้งรอยต่อให้รอยต่อทั้งสองแผ่นนั้นชิดกัน เพื่อความเรียบเนียนของทั้งสองแผ่น
" เพื่อรอยต่อที่เรียบเนียน "

” เพื่อรอยต่อที่เรียบเนียน “

ให้กลิ้งจากข้างในเข้าหารอยต่อตรงกลาง ทำแบบนี้ทั้งสองข้าง ก็จะได้รอยต่อที่เรียบเนียน เสมือนเป็นแผ่นเดียวกันแล้วค่ะ
" ทำความสะอาด "

” ทำความสะอาด “

แล้วเราก็เดินทางมาถึง ต. สุดท้ายกันแล้วค่ะ?
นั้นก็คือ ต. ” ตรวจ ” ตรวจตราความเรียบร้อย
ทำความสะอาด สิ่งสกปรกออกให้เรียบร้อย
ด้วยการใช้ฟองน้ำชุบน้ำ ? มาเช็ดทำความสะอาดหน้าวอลล์เปเปอร์ให้เรียบร้อย เพื่อเช็ดคราบกาวต่างๆและฝุ่นที่จับอยู่ออกไป
" เสร็จเป็นที่เรียบร้อย "

” เสร็จเป็นที่เรียบร้อย “

ติดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า~
เป็นไงละ สวยเหมือนช่างมาติดให้ที่เลยใช่ไหมคะ
: ส่วนแผ่นต่อไปลูกค้าก็สามารถทำตามวิธีก่อนหน้าได้เลยนะคะ :
ไปลุยต่อกันได้เล๊ยยยยยย

ติดครบทั้งผนังเรียบร้อยแล้ว เย้~~ เป็นไงคะ☺ สวยเหมือนได้ห้องใหม่กันเลยใช่ไหม ✨ เพียงแค่เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์เองนะเนี่ย ถ้าติดวอลล์เปเปอร์ทั้งบ้าน คุณก็จะได้บรรยากาศใหม่ๆเพียบเลย แค่นี้เราก็อยู่บ้านได้โดยที่ไม่เบื่ออีกต่อไปแล้ว~~? ? เพราะอะไรนะหรอ ? ก็เพราะคุณจะได้มุมถ่ายรูปใหม่ๆ ? ลงอวดเพื่อนๆทุกวัน ได้ไม่เบื่อยังไงละ